ฝึกงานอาจไม่ผ่าน ถ้าร้านถ่ายเอกสาร เมืองพะเยาไม่รอเธอ (บทที่ 3)

หากแบ่งช่วงเวลาชีวิต ออกเป็นช่วงคร่าวๆ 10 ปี ทศวรรษแรกคือเล่นลูกเดียว ต่อมาช่วงที่ 2 คือเวลาแห่งการเรียนรู้ ทศวรรษที่ 3 วัยทำงานสร้างตัวและครอบครัว ทศวรรษที่ 4 ทุ่มเทสร้างหัวโขนและฐานะ ต่อจากนั้น ทศวรรษที่ 5 ไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่หรี่ตา หันกลับไปมองว่าจะทำไงกับทุกสิ่งที่สร้างมาก็พอ

ถามคนอายุเกินครึ่งชีวิต ว่าช่วงไหนของชีวิตสนุกที่สุด? คำตอบส่วนมาก มักขึ้นต้นด้วยคำว่า “สมัย” เช่น สมัยเด็กๆ สมัยวัยรุ่น สมัยเรียน และไม่ว่าจะเป็นช่วงทศวรรษใด แน่นอนว่า สมัยที่มีความสุข มักจะผ่านไปไวเสมอ

ผมเคยคิดอยู่เสมอว่า สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุด ชีวิตเปรียบดังเพลงเฮฟวี่เมทัล แนวอัลเทอรันทด ผมคือร็อคเกอร์หนุ่มผมยาวที่พร้อมจะเมามาย กรีดร้องทุรนทุรายกับชีวิตบัดซบ จวบจนเวลาผ่านไปหลายทศวรรษ ถึงสำนึกได้ว่า นั่นล่ะ คือช่วงเวลาที่สนุกที่สุดในชีวิตแล้ว 

พอขึ้นปี 3 คณะการสื่อสารมวลชน มช. มีนโยบายให้ไปฝึกงานยังองค์กรพัฒนาที่ไม่แสวงหากำไร เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อนๆ ส่วนมากมักเลือกฝึกงานกันในเชียงใหม่ ไม่ค่อยมีใครอยากไปฝึกงานไกลหรือทุรกันดารมาก 

การศึกษาที่ดี คือการเรียนรู้คู่ความสุนทรียะ เชียงใหม่เห็นมาตั้งแต่เกิดแล้ว อยากออกไปเปิดโลกต่างจังหวัดบ้าง ในโพยฝึกงานที่ไกลที่สุดเป็นจังหวัดพะเยา เข้าทางสุนทรียชนเลย เลือกไปฝึกงานกันที่มูลนิธิพัฒนาชนบท แม่ต๋ำ พะเยา

ภาพฝันกว๊านพะเยายามเย็น โรแมนติกมาแต่ไกล เลิกงานจะไปร้องเพลงเล่นกีตาร์ริมกว๊านให้สำราญใจ แล้วเสียงในหูก็แว่วมา .. “พะเยารอเธอ รอรักด้วยความห่วงใย จะนานแสนนานเท่าไหร่ขอให้เธอนั้นกลับมา” ... 

พร้อมภาพในหัวแอบฝันลึกๆ ว่า เราจะไม่ยอมให้พะเยารอเธออีกต่อไป เนื้อคู่อาจรอเราอยู่ริมกว๊านก็เป็นได้ 

ซิ่งมอเตอร์ไซค์จากเชียงใหม่ไปพะเยา ระยะทางเกือบ 160 กิโลเมตร แดดจัดจนถอดแว่นตาดำออกมา กลายเป็นหมีแพนดา ผสม Basset Hound เสียบหูฟัง AIWA Walkman เปิดเพลงพะเยารอเธอ สร้างขวัญและกำลังใจไปจนถึงกว๊านพะเยา ก่อนเข้าไปรายงานตัวฝึกงาน

พี่ๆ มูลนิธิพัฒนาชนบท ต้อนรับอบอุ่นเป็นกันเองมาก ที่มูลนิธิฯ มีห้องพักเครื่องนอนพร้อมสรรพ ชวนขนสัมภาระมาเข้าพักได้เลย ที่สำคัญช่วงเวลาฝึกงาน มูลนิธิฯ มีกำหนดจัดกิจกรรม Workshop นอกสถานที่พอดี นั่นหมายถึงที่พักหรูและอาหารฟรี 7 วัน ณ วังธารรีสอร์ต ริมเขื่อนแม่กวงอุดมธารา นั่นแปลว่านอนพะเยาได้แค่ 2 คืน ก็ได้กลับไปนอนเชียงใหม่ อีก 7 คืน

มูลนิธิพัฒนาชนบท เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน ที่ทำงานร่วมกันกับกลุ่มชาวบ้านผู้ติดเชื้อ HIV การสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่อง HIV/AIDS ตลอดจนให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ ทั้งกายและใจ ให้กับเพื่อนสมาชิกผู้ติดเชื้อฯ 

ตลอด 7 วัน 7 คืน ของการร่วม Workshop เรียกได้ว่า กิน อยู่ หลับ นอน กับสมาชิกผู้ติดเชื้อฯ ทั้งสัมภาษณ์ความรู้จากวิทยากร พูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนสมาชิกฯ บันทึกภาพกิจกรรม เพื่อเก็บประเด็นสำคัญ นำมาเรียบเรียงทำวารสารข่าวของมูลนิธิฯ จัดส่งให้สมาชิกผู้ติดเชื้อฯ

Workshop จบลง ถึงได้กลับมาพะเยา เสียงเพลงกุหลาบแดง ของคุณไก่ พรรณนิภา จากคลื่นวิทยุพะเยา อยู่เป็นเพื่อนพิมพ์งานตั้งแต่เช้ายันดึก ดีเจบอกมีโทรขอทุกวันทุกช่วงรายการ แต่เรามัวแต่เร่งจัดทำวารสารข่าวของมูลนิธิฯ จนไม่มีเวลาถือกุหลาบแดงไปรอเธอที่กว๊านพะเยาสักที

ต้นฉบับวารสารข่าวผู้ติดเชื้อ ทำจากกระดาษขนาด A4 พิมพ์ส่วนเนื้อหาโดยใช้เครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าของมูลนิธิฯ ภาพประกอบ อัดจากกล้องถ่ายรูป Nikon FM2 จัดรูปแบบลงหมึกปากกา ตกแต่งรายละเอียดพองาม แล้วนำต้นฉบับไปส่งร้านถ่ายเอกสารแห่งหนึ่ง ย่านตลาดแม่ต๋ำ ในเมืองพะเยา 

เอกสาร A4 พับครึ่งเป็น A5 เย็บมุงหลังคา ไม่ใช่เรื่องใหม่ในปี 2537 ไม่ต้องระเห็จ เอามาถ่ายเอกสารไกลถึงเชียงใหม่ เพราะพะเยามีร้านถ่ายเอกสารหลายร้าน จำได้ว่าร้านที่ใช้บริการเป็นห้องแถว มีเครื่องถ่ายเอกสาร Analog ตัวใหญ่ มี Staple Sorter จัดชุดเย็บได้ 20 ชั้น น่าจะเป็น Canon NP6060 ที่เปิดตัวปี 2535 ไม่น่าจะเป็น NP6650 ที่ออกปี 2536 เพราะยังใหม่เกินไปสำหรับใช้งานเชิงพาณิชย์ 

วารสารผลงานฝึกงานแนบส่งรายงานได้อย่างงดงามตามท้องเรื่อง ในขณะที่เพื่อนหลายคนได้ฝึกแค่ ชงน้ำชากาแฟ หรือน้ำแข็งโซดา ต่างจากเราที่ทำงานยิบตา ทั้งงาน Workshop และงานผลิตสื่อ โดยเฉพาะสื่อสำหรับผู้ติดเชื้อ HIV ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างละเอียดอ่อนในการนำเสนอความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ต่อเรื่อง HIV/AIDS

ในยุคแรกที่โรคเอดส์ระบาด รัฐไทยประชาสัมพันธ์เรื่องโรคเอดส์ผิดพลาดอย่างมหันต์ ไม่ว่าจะเป็นแล้วแล้วตุย รักษาไม่หายฯลฯ การมาฝึกงานครั้งนี้ ถือเป็นกำไรชีวิต ที่ได้รับโอกาสในการเปิดโลกกว้างทางความคิด ได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ทำให้ได้เรียนรู้หลากหลายแง่มุมของโรคเอดส์จากชีวิตจริง

โดยไม่เคยคาดคิดว่าในอนาคตอีกหลายทศวรรษ ผมจะต้องผูกพันใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ HIV อย่างแยกไม่ออก ทั้งหุ้นส่วนชีวิต ญาติสนิท เพื่อนร่วมงาน ฯลฯ จนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา เปรียบดังผมเป็นผู้ติดเชื้อคนหนึ่ง

ก่อนกลับไปเรียนต่อ ปี 4 ขอไปร้องเพลงริมกว๊านพะเยาตามที่ตั้งใจไว้ พออ้าปากเปล่งเสียงออกมา กลับไม่ใช่พะเยารอเธอ แต่เป็น .. “ปลูกกุหลาบแดงไว้เพื่อเธอ 9, 999 ดอก บ่งบอกความจริงที่ยิ่งใหญ่ บ่งบอกว่าใจฉันยังคงมั่น พันปีหมื่นวันไม่เคยหน่าย ฟ้าดินสลายหัวใจมั่นรักเธอ” .. 

.. ฝึกงานผ่านพ้นไปด้วยดี แต่ไม่มีวี่แววจะเจอเนื้อคู่แต่อย่างใด ..

(บทที่ 1)  (บทที่ 2)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น